Rule

 

ข้อบังคับของ

สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม

—————————————-

 

หมวดที่  ๑

ความทั่วไป

ข้อ ๑     สมาคมนี้มีชื่อว่า  “สมาคมท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม”

ย่อว่า  สท.นฐ.  เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า   Nakhonpathom  Tourism  Association

ย่อว่า   NTA

ข้อ ๒     เครื่องหมายของสมาคมและความหมาย  :  มีลักษณะเป็นรูปองค์พระปฐมเจดีย์  สัญลักษณ์เสมือนหัวใจของจังหวัดนครปฐม  มีประกายรัศมีและประกายดาว  ที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรือง  มั่นคง  ล้อมรอบด้วยวงกลมแถบสี  ๗ สี  แสดงถึงความเจริญและความหลากหลายของทรัพยากร  ความอุดมสมบูรณ์   ความอบอุ่น  และความร่มเย็น   มีความหมายโดยรวมว่า  “นครปฐม” เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความหลากหลาย  ทั้งด้านวัฒนธรรม วีถีชีวิต  การเกษตร  อุตสาหกรรม   ท่องเที่ยวได้ทุกวันอย่างมีความสุข   โดยความร่วมมือของสมาชิกสมาคมท่องเที่ยวจังหวัดนครปฐม

รูปของเครื่องหมายสมาคม   (โลโก้)

 

 

ข้อ ๓     สำนักงานของสมาคมตั้งอยู่  ณ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย  เลขที่  ๔๓/๒  หมู่ ๑  ถนนบรมราชชนนี

กม. ๓๑  ตำบลขุนแก้ว   อำเภอนครชัยศรี   จังหวัดนครปฐม   ๗๓๑๒๐

ข้อ ๔     วัตถุประสงค์ของสมาคม เพื่อ

๔.๑  เพื่อเป็นศูนย์รวมของผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวภายในจังหวัดนครปฐม

๔.๒  เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่การท่องเที่ยวของจังหวัดนครปฐม

๔.๓  เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้พัฒนา

สินค้า และบริการด้านการท่องเที่ยว

๔.๔  เพื่อพัฒนาบุคลากรในสถานประกอบการท่องเที่ยว และเป็นศูนย์กลางการประสานงานธุรกิจ

ภาคการท่องเที่ยว

๔.๕  เพื่อดำเนินการหรือร่วมมือกับองค์การกุศล  เพื่อการกุศลและองค์การสาธารณประโยชน์เพื่อ

สาธารณประโยชน์

๔.๖  ไม่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับการเมืองแต่ประการใด

 

หมวดที่  ๒

สมาชิก

ข้อ ๕     สมาชิกของสมาคมมี   ๓  ประเภท   คือ

๕.๑  สมาชิกสามัญ ได้แก่   บุคคลหรือนิติบุคคลที่ประกอบกิจโดยตรงที่เกี่ยวกับธุรกิจการ

ท่องเที่ยวในจังหวัดนครปฐม  โดยสถานประกอบการมีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนครปฐม  ได้แก่

๕.๑.๑  สถานบริการที่พัก เช่น โรงแรม  รีสอร์ท  เกสท์เฮาส์  บ้านพักเยาวชน  ค่ายฤดูร้อน

ที่พักตั้งแคมป์

๕.๑.๒  สถานบันเทิงและพักผ่อนหย่อนใจ  เช่น  บาร์ – ไนท์คลับ  สวนสนุก  บ่อตกปลา

สนามกอล์ฟ  สนามกีฬาต่าง ๆ  กีฬาทางน้ำ  การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์  สวนสาธารณะ

สวนสัตว์  พิพิธภัณฑ์  ศูนย์วัฒนธรรม  สวนผลไม้  สวนดอกไม้

๕.๑.๓  สถานที่ท่องเที่ยว  เช่น  แหล่งธรรมชาติ  โบราณสถาน  ศิลปวัฒนธรรม  พิพิธภัณฑ์

ชีวิตพื้นเมือง

๕.๑.๔  ธุรกิจบริการนำเที่ยว  การประชุมสัมมนาและกิจกรรมพิเศษ  เช่น  บริษัทนำเที่ยว

มัคคุเทศก์  ศูนย์การประชุม  งานประเพณี  งานแสดงสินค้า  งานแสดงนิทรรศการ

ผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยว

๕.๑.๕  บริการอาหารและเครื่องดื่ม  เช่น  ภัตตาคาร  ร้านอาหาร  ผับ/บาร์  คอฟฟี่ช็อป

ร้านอาหารประเภทฟาสต์ฟูด  การจัดเลี้ยงของสายการบิน

๕.๑.๖  บริการขนส่ง  เช่น  รถประจำทาง  สายการบิน  รถไฟ  รถเช่า-โดยสาร  เรือเช่า-

โดยสาร  สถานีบริการน้ำมัน  บริษัทจัดหารถ

๕.๑.๗  สินค้าที่ระลึก  เช่น  ร้านค้าปลอดภาษี  ห้างสรรพสินค้า  ร้านสินค้าที่ระลึกตามสถานที่

ท่องเที่ยว

๕.๑.๘  บริการเพื่อการท่องเที่ยว  เช่น  เครดิตการ์ด  บริการรับจอง  บริษัทโฆษณา

ศูนย์บริการข่าวสารการท่องเที่ยว  ศูนย์ข้อมูลบริการให้คำปรึกษา

๕.๒  สมาชิกวิสามัญ หรือสมาชิกสมทบ  ได้แก่  บุคคล   นิติบุคคล   คณะบุคคล   ชมรม  ที่

เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว  หรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมกับสมาคม  ได้ยื่นความจำนงขอ

สมัครเข้าเป็นสมาชิกและคณะกรรมการลงมติรับเข้าเป็นสมาชิกวิสามัญ หรือ สมาชิกสมทบ

เช่น  วัด  อบจ.  อบต.  องค์กรชุมชน  นักวิชาการ  สถาบันการศึกษา

๕.๓  สมาชิกกิตติมศักดิ์ / ที่ปรึกษาสมาคม ได้แก่ ผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีประสบการณ์เป็นที่ยอมรับนับ

ถือในวงการธุรกิจท่องเที่ยว  เป็นผู้มีความสามารถให้คำปรึกษาแนะนำ  และให้การ

สนับสนุนอันเป็นหลักการและเป็นประโยชน์ต่อสมาคม  หรือผู้มีอุปการคุณต่อสมาคม ซึ่ง

คณะกรรมการลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

ข้อ ๖      สมาชิกจะต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ  ดังต่อไปนี้

๖.๑  เป็นผู้บรรลุนิติภาวะแล้ว

๖.๒  เป็นผู้มีความประพฤติเรียบร้อย

๖.๓ ไม่เป็นโรคที่สังคมรังเกียจ หรือเป็นโรคติดต่อที่เป็นภัยต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง

๖.๔ ไม่ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลาย หรือไร้ความสามารถ หรือ

เสมือนไร้ความสามารถ หรือต้องโทษจำคุก ยกเว้นความผิดฐานประมาท  หรือลหุโทษ การ

ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดในกรณีดังกล่าว  จะต้องเป็นในขณะที่สมัครเข้าเป็นสมาชิก

หรือในระหว่างที่เป็นสมาชิกของสมาคมเท่านั้น

ข้อ ๗      ค่าลงทะเบียน และค่าบำรุงสมาคม

๗.๑  สมาชิกต้องชำระเงินค่าลงทะเบียนสมาชิกและค่าบำรุงสมาคม  ดังนี้

สมาชิกสามัญ          ค่าลงทะเบียนครั้งแรก      ๓๐๐  บาท

ค่าบำรุงประจำปี ๆ ละ      ๓๐๐  บาท

สมาชิกสมทบ          ค่าลงทะเบียนครั้งแรก      ๒๐๐  บาท

ค่าบำรุงประจำปี ๆ ละ      ๒๐๐  บาท

สมาชิกกิตติมศักดิ์   มิต้องเสียค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมแต่อย่างใดทั้งสิ้น

๗.๒  ในกรณีที่สมาคมจัดทำบริการเพื่อประโยชน์แก่สมาชิก  ที่ประชุมใหญ่อาจสั่ง หรือวาง

ระเบียบให้เรียกเก็บค่าบริการหรือค่าใช้จ่ายสำหรับบริการนั้นได้

ข้อ ๘     การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ให้ผู้ประสงค์จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคมยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อเลขานุการ โดยมีสมาชิกสามัญรับรองอย่างน้อย  ๑ คน และให้เลขานุการติดประกาศรายชื่อผู้สมัครไว้ ณ สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า  ๑๕ วัน เพื่อให้สมาชิกอื่น ๆ ของสมาคมจะได้คัดค้านการสมัครนั้น  เมื่อครบกำหนดประกาศแล้ว ก็ให้เลขานุการนำใบสมัครและหนังสือคัดค้านของสมาชิก (ถ้ามี) เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาอนุมัติ ว่าจะรับหรือไม่รับเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม   และเมื่อคณะกรรมการพิจารณาการสมัครแล้ว ผลเป็นประการใด ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งให้ผู้สมัครทราบโดยเร็ว

ข้อ ๙    ถ้าคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้รับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก ก็ให้ผู้สมัครนั้นชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมให้เสร็จสิ้นภายใน  ๓๐ วัน  นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากเลขานุการ   และสมาชิกภาพของผู้สมัคร ให้เริ่มนับตั้งแต่วันผู้สมัครได้ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงสมาคมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   แต่ถ้าผู้สมัครยังไม่ชำระเงินค่าลงทะเบียนและค่าบำรุงภายในกำหนด ก็ให้ถือว่าการสมัครคราวนั้นเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๑๐    สมาชิกภาพของสมาชิกกิตติมศักดิ์ ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่หนังสือตอบคำรับเชิญของผู้ที่

คณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้เชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม ได้มาถึงยังสมาคม

 

ข้อ ๑๑     สมาชิกภาพของสมาชิกให้สิ้นสุดลงด้วยเหตุดังต่อไปนี้

๑๑.๑  ตาย หรือสิ้นสภาพนิติบุคคล

๑๑.๒  ลาออก โดยยื่นหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการ   และคณะกรรมการได้

พิจารณาอนุมัติ    และสมาชิกผู้นั้นได้ชำระหนี้สินที่ยังติดค้างอยู่กับสมาคมเป็นที่เรียบร้อย

๑๑.๓  ขาดคุณสมบัติของสมาชิก

๑๑.๔  ที่ประชุมใหญ่ของสมาคม หรือคณะกรรมการได้พิจารณาลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียน

เพราะสมาชิกผู้นั้นได้ประพฤตินำความเสื่อมเสียมาสู่สมาคม

ข้อ ๑๒     สิทธิและหน้าที่ของสมาชิก

๑๒.๑   มีสิทธิเข้าใช้สถานที่ของสมาคมโดยเท่าเทียมกัน

๑๒.๒  มีสิทธิเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับการดำเนินการของสมาคม

๑๒.๓   มีสิทธิได้รับสวัสดิการต่างๆที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

๑๒.๔   มีสิทธิเข้าร่วมประชุมอภิปราย  แสดงความคิดเห็น  ซักถามในการประชุมใหญ่สามัญ

ประจำปีของสมาคม  หรือในการประชุมใหญ่วิสามัญ  หรือในการประชุมอื่น ๆ ที่

สมาคมจัดให้มีขึ้น

๑๒.๕  สมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิในการเลือกตั้ง  หรือได้รับการเลือกตั้ง หรือแต่งตั้งเป็น

กรรมการสมาคม  และมีสิทธิออกเสียงลงมติต่างๆ ในที่ประชุมได้คนละ ๑ คะแนนเสียง

๑๒.๖   มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการ เพื่อตรวจสอบเอกสารและบัญชีทรัพย์สินของสมาคม                     ๑๒.๗  มีสิทธิเข้าร่วมอย่างน้อย  ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมด ร้องขอต่อคณะกรรมการให้

จัดประชุมใหญ่วิสามัญได้

๑๒.๘   มีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติ และข้อบังคับของสมาคมโดยเคร่งครัด

๑๒.๙   มีหน้าที่ประพฤติตนให้สมเกียรติที่เป็นสมาชิกของสมาคม

๑๒.๑๐  มีหน้าที่ในความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินการต่างๆของสมาคม

๑๒.๑๑  มีหน้าที่ร่วมกิจกรรมที่สมาคมได้จัดให้มีขึ้น

๑๒.๑๒  มีหน้าที่ช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของสมาคมให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย

หมวดที่  ๓

การดำเนินกิจการสมาคม

ข้อ ๑๓    ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม  มีจำนวนอย่างน้อย  ๘  คน อย่าง

มากไม่เกิน  ๑๙ คน  คณะกรรมการนี้ ได้มาจากการเลือกตั้งของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม   และ

ให้ผู้ที่ได้เลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งกันเอง  เป็นนายกสมาคม  ๑ คน  และอุปนายก  ๔  คน

สำหรับตำแหน่งอื่น ๆ ให้นายกสมาคมเป็นผู้แต่งตั้งผู้ที่ได้รับเลือกตั้งจากที่ประชุมใหญ่เข้าดำรง

ตำแหน่งต่าง ๆ  ของสมาคมตามที่ได้กำหนดไว้   ซึ่งตำแหน่งของกรรมการสมาคม  มีตำแหน่งและ

หน้าที่โดยสังเขป  ดังต่อไปนี้

 

๑๓.๑ นายกสมาคม                       ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าในการบริการกิจการของสมาคม คณะกรรมการ ของสมาคมเป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลภายนอกและทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการ  และการประชุมใหญ่ของสมาคม

๑๓.๒ อุปนายกสมาคม                  ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยนายกสมาคมในการบริหารกิจการสมาคม  ปฏิบัติตามหน้าที่ที่นายกสมาคมได้มอบหมายและทำหน้าที่แทนนายกสมาคม  เมื่อนายกสมาคมไม่อยู่  หรือไม่สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้  แต่การทำหน้าที่แทนนายกสมาคม  ให้อุปนายกตามลำดับตำแหน่งเป็นผู้กระทำการแทน

๑๓.๓ เลขานุการ                            ทำหน้าที่เกี่ยวกับงานธุรการของสมาคมทั้งหมดเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของสมาคมในการปฏิบัติกิจการของสมาคมและปฏิบัติตามคำสั่งของนายกสมาคมตลอดจนทำหน้าที่เป็นเลขานุการในการประชุมต่าง ๆ ของสมาคม

๑๓.๔ เหรัญญิก                                มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินทั้งหมดของสมาคม  เป็นผู้จัดทำบัญชี  รายรับ  รายจ่าย  บัญชีงบดุลของสมาคมและเก็บเอกสารหลักฐานต่างๆ ของสมาคมไว้เพื่อตรวจสอบ

๑๓.๕ ปฏิคม                                     มีหน้าที่ในการให้การต้อนรับแขกของสมาคม  เป็นหัวหน้าในการจัดเตรียมสถานที่ของสมาคม   และจัดเตรียมสถานที่ประชุมต่าง ๆ  ของสมาคม

๑๓.๖ นายทะเบียน                          มีหน้าที่เกี่ยวกับทะเบียนสมาชิกทั้งหมดของสมาคม

ประสานงานกับเหรัญญิกในการเรียกเก็บเงินค่าบำรุงสมาคมจาก

สมาชิก

๑๓.๗ ประชาสัมพันธ์                     มีหน้าที่เผยแพร่กิจการและชื่อเสียงเกียรติคุณของสมาคมให้

สมาชิกและบุคคลโดยทั่วไปให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย

๑๓.๘ กรรมการตำแหน่งอื่นๆ  ตามความเหมาะสม  ซึ่งคณะกรรมการเห็นสมควรกำหนดให้มีขึ้นโดยมีจำนวนเมื่อรวมกับตำแหน่งกรรมการตามข้างต้นแล้วจะต้องไม่เกินจำนวนที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้ แต่ถ้าคณะกรรมการมิได้กำหนดตำแหน่งก็ถือว่าเป็นกรรมการกลาง คณะกรรมการชุดแรกให้ผู้เริ่มการจัดตั้งสมาคมเป็นผู้เลือกตั้ง  ประกอบด้วยนายกสมาคมและกรรมการอื่นๆตามจำนวนที่เห็นสมควรตามข้อบังคับของสมาคม

ข้อ ๑๔     คณะกรรมการของสมาคมสามารถอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ ๒ ปี   และเมื่อคณะกรรมการอยู่ใน

ตำแหน่งครบกำหนดวาระแล้ว แต่คณะกรรมการชุดใหม่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจาก

ทางราชการก็ให้คณะกรรมการที่ครบกำหนดวาระรักษาการไปพลางก่อน จนกว่าคณะกรรมการ

จากชุดใหม่จะได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ และเมื่อคณะกรรมการชุดใหม่ได้รับ

อนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้ทำการส่งรับมอบงานกันระหว่าง

คณะกรรมการชุดเก่าและคณะกรรมการชุดใหม่ให้เป็นที่เสร็จสิ้นภายใน  ๓๐  วัน  นับตั้งแต่

วันที่คณะกรรมการชุดใหม่ได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนจากทางราชการ

ข้อ ๑๕     ตำแหน่งกรรมการสมาคม ถ้าต้องว่างลงก่อนครบกำหนดตามวาระก็ให้คณะกรรมการแต่งตั้ง

สมาชิกสามัญคนใดคนหนึ่งที่เห็นสมควรเข้าดำรงตำแหน่งแทนตำแหน่งที่ว่างลงนั้น  แต่ผู้ดำรง

ตำแหน่งแทนอยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับวาระของผู้ที่ตนแทนเท่านั้น

ข้อ ๑๖     กรรมการอาจจะพ้นตำแหน่ง  ซึ่งมิใช่เป็นการออกตามวาระด้วยเหตุผลต่อไปนี้  คือ

๑๖.๑   ตาย

๑๖.๒  ลาออก

๑๖.๓  ขาดจากสมาชิกภาพ

๑๖.๔  ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้ออกจากตำแหน่ง

ข้อ ๑๗     กรรมการที่ประสงค์จะลาออกจากตำแหน่งกรรมการให้ยื่นใบลาออกเป็นลายลักษณ์อักษรต่อ

คณะกรรมการ  และให้พ้นตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการมีมติให้ออก

ข้อ ๑๘     อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

๑๘.๑  มีอำนาจออกระเบียบปฏิบัติต่าง ๆ  เพื่อให้สมาชิกได้ปฏิบัติ  โดยระเบียบปฏิบัตินั้นจะต้อง

ไม่ขัดต่อข้อบังคับฉบับนี้

๑๘.๒  มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนเจ้าหน้าที่ของสมาคม

๑๘.๓  มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการที่ปรึกษาหรืออนุกรรมการได้ แต่กรรมการที่ปรึกษาหรือ

อนุกรรมการจะสามารถอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกินวาระของคณะกรรมการที่แต่งตั้ง

๑๘.๔  มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่สามัญประจำปี และประชุมใหญ่วิสามัญ

๑๘.๕  มีอำนาจแต่งตั้งกรรมการในตำแหน่งอื่น ๆ  ที่ยังมิได้กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้

๑๘.๖  มีอำนาจบริหารกิจการของสมาคม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ตลอดจนมีอำนาจอื่นๆ

ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

๑๘.๗  มีหน้าที่รับผิดชอบในกิจการทั้งหมด รวมทั้งการเงินและทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคม

๑๘.๘  มีหน้าที่จัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ตามที่สมาชิกสามัญจำนวน  ๑ ใน  ๕ ของสมาชิก

ทั้งหมดได้เข้าชื่อร้องขอให้จัดประชุมใหญ่วิสามัญขึ้น ซึ่งการนี้จะต้องจัดให้มีการประชุม

ใหญ่ วิสามัญขึ้นภายใน  ๓๐  วัน  นับตั้งแต่วันที่ได้รับหนังสือร้องขอ

๑๘.๙  มีหน้าที่จัดทำเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ทั้งที่เกี่ยวกับการเงิน  ทรัพย์สินและการดำเนิน

กิจกรรมต่างๆของสมาคมให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ และสามารถจะให้สมาชิกตรวจดูได้

เมื่อสมาชิกร้องขอ

๑๘.๑๐ จัดทำบันทึกการประชุมต่างๆ ของสมาคม เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐานและจัดส่งให้สมาชิก

ได้รับทราบ

๑๘.๑๑  มีหน้าที่อื่น ๆ ตามที่ข้อบังคับได้กำหนดไว้

ข้อ ๑๙     คณะกรรมการจะต้องประชุมกันอย่างน้อย เดือนละ  ๑ ครั้ง โดยให้จัดขึ้นภายในสัปดาห์ที่ ๒ ของ

ทุกๆ เดือน ทั้งนี้เพื่อปรึกษาหรือเกี่ยวกับการบริหารกิจการของสมาคม

ข้อ ๒๐     การประชุมคณะกรรมการ   จะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของกรรมการ

ทั้งหมดจึงจะถือว่าครบองค์ประชุม  มติของที่ประชุมคณะกรรมการ  ถ้าข้อบังคับมิได้กำหนดไว้

เป็นอย่างอื่นก็ถือคะแนนเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์   แต่ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน  ก็ให้ประธานในการ

ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๑     ในการประชุมคณะกรรมการ  ถ้านายกสมาคมและอุปนายกสมาคมไม่อยู่ในที่ประชุม หรือไม่

สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้กรรมการที่เข้าประชุมในคราวนั้นเลือกตั้งกันเอง   เพื่อให้กรรมการ

คนใดคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

 

หมวดที่  ๔

การประชุมใหญ่

ข้อ ๒๒     การประชุมใหญ่ของสมาคมมี  ๒ ชนิด  คือ

๒๒.๑  ประชุมใหญ่สามัญ

๒๒.๒  ประชุมใหญ่วิสามัญ

ข้อ ๒๓     คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๆ ละ ๑ ครั้ง  ในเดือนตุลาคมของ

ทุกปี

 

ข้อ ๒๔     การประชุมใหญ่วิสามัญ  อาจจะมีขึ้นได้ก็โดยเหตุที่คณะกรรมการเห็นควรจัดให้มีขึ้น  หรือ

เกิดขึ้นด้วยการ เข้าชื่อร่วมกันของสมาชิกไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๕ ของสมาชิกสามัญทั้งหมดทำ

หนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการให้จัดให้มีขึ้น

ข้อ ๒๕     การแจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้เลขานุการเป็นผู้แจ้งกำหนดนัดประชุมใหญ่ให้สมาชิกได้

ทราบและการแจ้งจะต้องแจ้งลายลักษณ์อักษร  โดยระบุวัน  เวลา  และสถานที่ให้ชัดเจน  โดย

จะต้องแจ้งให้สมาชิกได้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า  ๗ วัน และประกาศแจ้งกำหนดนัดประชุมไว้

ณ  สำนักงานของสมาคมเป็นเวลาไม่น้อยกว่า  ๗  วัน  ก่อนถึงกำหนดการประชุมใหญ่

ข้อ ๒๖    การประชุมใหญ่สามัญประจำปี  จะต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

๒๖.๑  แถลงกิจการที่ผ่านมาในรอบปี

๒๖.๒  แถลงบัญชีรายรับ รายจ่าย และบัญชีงบดุลของปีที่ผ่านมาให้สมาชิกรับทราบ

๒๖.๓  เลือกตั้งคณะกรรมการชุดใหม่  เมื่อครบกำหนดวาระ

๒๖.๔  เลือกตั้งผู้สอบบัญชี

๒๖.๕  เรื่องอื่นๆ  ถ้ามี

ข้อ ๒๗     ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี   หรือการประชุมใหญ่วิสามัญจะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วม

ประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด  จึงจะถือว่าครบองค์ประชุม  แต่ถ้าเมื่อถึง

กำหนดเวลาประชุมยังมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่ครบองค์ประชุม  ให้คณะกรรมการ

ของสมาคม  เรียกประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่ง  โดยจัดให้มีการประชุมขึ้นภายใน  ๑๔  วัน  นับแต่

วันที่นัดประชุมครั้งแรก  สำหรับการประชุมในครั้งหลังนี้   ถ้ามีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุม

เป็นจำนวนเท่าใด  ก็ให้ถือว่าครบองค์ประชุม  ยกเว้นถ้าเป็นการประชุมใหญ่วิสามัญที่เกิดขึ้น

จากการร้องขอของสมาชิก  ก็ไม่ต้องจัดประชุมใหญ่  ให้ถือว่าการประชุมเป็นอันยกเลิก

ข้อ ๒๘     การลงมติต่างๆ  ในที่ประชุมใหญ่  ถ้ามีข้อบังคับมิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น  ก็ให้ถือคะแนน

เสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ แต่ถ้าคะแนนเสียงที่ลงมติมีคะแนนเสียงเท่ากัน ก็ให้ประธานในการ

ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๒๙     ในการประชุมใหญ่ของสมาคม  ถ้านายกสมาคม  และอุปนายกสมาคมไม่มาร่วมประชุม  หรือไม่

สามารถจะปฏิบัติหน้าที่ได้ก็ให้ที่ประชุมทำการเลือกตั้งกรรมการที่มาร่วมประชุมคนใดคน

หนึ่ง  ให้ทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมคราวนั้น

 

 

หมวดที่  ๕

การเงินและทรัพย์สิน

ข้อ ๓๐     การเงินและทรัพย์สินทั้งหมดให้อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ  เงินสดของสมาคมถ้า

มีให้นำฝากไว้ในธนาคารกสิกรไทย   สาขาเซ็นทรัลพลาซ่า  ศาลายา

ข้อ ๓๑     การลงนามในตั๋วเงินหรือเช็คของสมาคม จะต้องมีลายชื่อของนายกสมาคม  หรือผู้ทำการแทนลง

นามร่วมเหรัญญิก  หรือเลขานุการ  พร้อมกับประทับตราของสมาคมจึงจะถือว่าใช้ได้

ข้อ ๓๒    ให้นายกสมาคมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินของสมาคมได้ครั้งละไม่เกิน  ๒๐,๐๐๐ บาท (สองหมื่นบาท

ถ้วน)  ถ้าเกินกว่านั้นจะต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ   และคณะกรรมการจะอนุมัติให้

จ่ายเงินได้ครั้งละไม่เกิน  ๓๐๐,๐๐๐ บาท (สามแสนบาทถ้วน)   ถ้าจำเป็นจะต้องจ่ายเกินกว่านี้

ต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมใหญ่ของสมาคม

ข้อ ๓๓     ให้เหรัญญิก  มีอำนาจเก็บรักษาเงินสดของสมาคมได้ไม่เกิน  ๓,๐๐๐ บาท (สามพันบาทถ้วน)

ถ้าเกินกว่าจำนวนนี้จะต้องนำฝากธนาคารในบัญชีของสมาคมทันทีที่โอกาสอำนวยให้

ข้อ ๓๔     เหรัญญิกจะต้องทำบัญชีรายรับ  รายจ่าย  และบัญชีงบดุล  ให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ  การรับ

หรือจ่ายเงินทุกครั้ง  จะต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ  ลงลายมือชื่อของนายกสมาคมหรือผู้ทำการ

แทนร่วมกับเหรัญญิกหรือผู้ทำการแทน  พร้อมกับประทับตราของสมาคมทุกครั้ง

ข้อ ๓๕     ผู้สอบบัญชีจะต้องมิใช่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของสมาคม   และจะต้องเป็นผู้สอบบัญชีที่ได้รับ

อนุญาต

ข้อ ๓๖     ผู้สอบบัญชี มีอำนาจหน้าที่จะเรียกเอกสารที่เกี่ยวกับการเงินและทรัพย์สินจากคณะกรรมการ

และสามารถจะเชิญกรรมการ  หรือเจ้าหน้าที่ของสมาคมเพื่อสอบถามเกี่ยวกับบัญชีและทรัพย์สิน

ของสมาคมได้

ข้อ ๓๗     คณะกรรมการจะต้องให้ความร่วมมือกับผู้สอบบัญชีเมื่อได้รับการร้องขอ

 

หมวดที่  ๖

การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ ๓๘      ข้อบังคับสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้โดยมติของที่ประชุมใหญ่เท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่

จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด  มติของที่

ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓

ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด

ข้อ ๓๙     การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม  ยกเว้นเป็นการเลิกเพราะเหตุ

ของกฎหมาย  มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๓ ใน ๔

ของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด  และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่ง

ของสมาชิกสามัญทั้งหมด

ข้อ ๔๐     เมื่อสมาคมต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระ

บัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ตกเป็นของ มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม

 

หมวดที่  ๗

บทเฉพาะกาล

ข้อ ๔๑     ข้อบังคับฉบับนี้นั้น   ให้เริ่มใช้บังคับได้นับตั้งแต่วันที่สมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติ

บุคคลเป็นต้นไป

ข้อ ๔๒     เมื่อสมาคมได้รับอนุญาตให้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลจากทางราชการ ก็ให้ถือว่าผู้เริ่มการ

ทั้งหมดเป็นสมาชิกสามัญ

———————————————————————–